เที่ยว @ เกาะหลีเป๊ะ

เที่ยว @ เกาะหลีเป๊ะ

ใครที่กำลังมองหาแหล่งท่องเที่ยวขึ้นชื่อ ช่วง Hi – Season เพื่อพักผ่อน หย่อนกายในวันหยุดยาวแล้ว เราแนะนำที่นี้เลย เกาะหลีเป๊ะ จังหวัดสตูล  แม้จะไกลจากเมืองหลวงไปเสียหน่อย แต่รับรองว่าหากไปแล้ว จะติดใจจนอยากกลับมาอีกแน่นอน

lp1

เกาะหลีเป๊ะ อยู่ทางตอนใต้ของหมู่เกาะอาดัง – ราวี  ทางทิศตะวันตกของเกาะตะรุเตา เกาะหลีเป๊ะ มีความหมายว่า เกาะที่ราบเรียบคล้ายกระดาษ มีที่มาจากภาษาท้องถิ่นของชาวเล

       จุดเด่นของเกาะหลีเป๊ะ  เป็นเกาะที่เต็มไปด้วยป่าปะการังที่สมบูรณ์มาก  มีเวิ้งอ่าวที่สวยงาม หาดทรายสีขาวสะอาดตา และมีชายหาดบนเกาะหลีเป๊ะ 3 หาด คือ หาดพัทยา หาดชาวเล และ อ่าวประมง โดยแต่ละหาดสามารถเดินทางเชื่อมกันได้ สำหรับใครที่จะเดินทางมาพักผ่อน มองหาบรรยากาศที่เงียบสงบ แนะนำให้มาอ่าวประมง  เพราะเป็นอ่าวที่ค่อนข้างเงียบ อากาศดี แต่ข้อเสียคือ ที่พักค่อนข้างน้อย

ขณะที่หาดชาวเลก็น่าเที่ยวไม่แพ้กัน เพราะมีจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นที่สวยสุดในเกาะหลีเป๊ะ  มีที่พักมากมายไว้รองรับนักท่องเที่ยวทุกฤดูกาล  แถมบรรยากาศสงบ ร่มรื่น เพราะมีแนวต้นสนขนาดใหญ่เรียงรายอยู่เป็นจำนวนมาก  และสุดท้ายคือ หาดพัทยา หาดที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่นักท่องเที่ยวที่มาเยือน  เนื่องจากมีความหลากหลายทั้งอาหารทะเล อาหารตามสั่ง ที่พักแบบบังกะโลราคาย่อมเยา และรีสอร์ทสุดหรูระดับห้าดาว  เครื่องดื่ม ผับ บาร์ไว้ให้สายปาร์ตี้ได้ฉลองกันตลอดทั้งคืน จนถูกเรียกขานว่า พัทยา 2  เนื่องจากมีบรรยากาศคึกคักทั้งกลางวันและกลางคืนไม่แพ้พัทยาเลย  เรียกว่ามาที่เดียวได้ครบทุกรูปแบบ

lp2

       กิจกรรมหลักๆบนเกาะหลีเป๊ะ  คือ การดำน้ำ บริเวณเกาะหลีเป๊ะจะมีแนวปะการังที่งดงาม ให้ความเพลิดเพลินกับนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก คุณจะเห็นปะการังสีสวย ปลาการ์ตูนที่เวียนว่ายอยู่รอบๆตัว หากไปเกาะหลีเป๊ะแล้วไม่ได้มาดำน้ำ ชมใต้ทะเลแล้วล่ะก็…ถือว่าพลาดมาก  แต่ถ้าหากใครไม่ถนัดดำน้ำ ก็สามารถเช่าเรือไปเยี่ยมชมเกาะต่างๆ ที่อยู่ใกล้เคียงอย่าง เกาะกระ ซึ่งมีความสวยงามไม่แพ้เกาะหลีเป๊ะ ราคาประมาณ 1,500 – 2,000 บาท  รวมถึงการรับประทานอาหารเที่ยงบนชายหาดที่งดงาม นอนอาบน้ำ และเล่นน้ำอย่างสบายกาย หรือไปเยี่ยมชมวิถีชีวิตของชาวเลบนเกาะหลีเป๊ะที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียม ประเพณีแบบดั้งเดิมเอาไว้ ก็สามารถทำได้เช่นเดียวกันขึ้นอยู่กับความชอบของแต่ละคน

ข้อควรระวัง  ระหว่างดำน้ำ อาจต้องระวังจุดที่น้ำตื้น เพราะอาจพลาดไปเหยียบพวกตัวปะการังซึ่งมีความคมอยู่แล้ว และหอยเม่นเข้า อาจเกิดการบาดเจ็บได้

       การเดินทาง : รถยนต์ส่วนตัว ใช้เส้นทางเพชรเกษม จากกรุงเทพฯ มาทางพระราม 2 ขับไปยังปากท่อไปเพชรบุรี  ตรงมาจังหวัดสุราษฏร์ธานีเข้าทุ่งสง  เลี้ยวไปตรังและตรงไปทางย่านตาขาวออก ก่อนจะถึงท่าเรือปากบารา  ซึ่งจากสุราษฏร์ธานีใช้เวลาประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง จะถึงท่าเรือปากบารา  แล้วค่อยลงเรือไปเกาะหลีเป๊ะ

รถโดยสารประจำทาง : สถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ สายใต้ (ถนนบรมราชชนนี) – สงขลา (หาดใหญ่) หรือ คิวรถตู้จะมีที่ขายตั๋วอยู่ในสถานี เขียนว่า หาดใหญ่-ท่าเรือปากบารา ราคาท่านละ 100 บาท ใช้เวลาเดินทาง 1 ชั่วโมงครึ่ง

lp3

       ชะแว๊บ.คอม แนะนำ : สำหรับที่พักบนเกาะหลีเป๊ะ มีตั้งแต่ราคา 300 – 20,000 บาท สถานที่พักมีทั้งแบบลานกางเต็นท์ / บังกะโลริมทะเล / รีสอร์ทตั้งแต่หนึ่งดาวถึงห้าดาว  ส่วนใหญ่ที่พักหลายแห่งจะรวมค่าอาหารเช้าเอาไว้แล้ว ส่วนอาหารกลางวันและอาหารค่ำมักให้นักท่องเที่ยวเลือกซื้อตามอัธยาศัย บนเกาะมีร้านอาหารอยู่มากมายตั้งแต่ราคาย่อมเยาถึงระดับภัตตาคารให้ได้เลือกสรรตามงบที่ได้ตระเตรียมมา และมีร้านขายของที่ระลึกฝีมือชาวบ้านที่หาซื้อได้ยากเป็นของฝากไว้ติดไม้ ติดมือ กลับบ้านอีกด้วย โดยช่วงเหมาะสมที่แนะนำให้มาคือเดือน พฤศจิกายน – เมษายน เพราะมีกิจกรรมเลือกทำอย่างหลากหลาย เนื่องจาก ผ่านช่วงมรสุมไปแล้ว

ขอขอบคุณรูปภาพจาก : chawlayresort.com,  th.xn--12c6c3axydj1a7gg5i.com

Comments are closed, but trackbacks and pingbacks are open.